ไปๆมาๆก็วนเวียนอยู่ในวังวนในการปลูกต้นไม้ 555+

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ หม้อข้าวหม้อแกงลิงกันดีกว่า เย้~~~ (หลังจากที่เอาแต่ซื้อ....ซื้อมาแล้วก็ให้ พ่อ กับ อาโก เลี้ยง...แต่ก็ชอบเลี้ยงกันอยู่แล้วนี่นา 555+ เราก็เลยซื้ออย่างสบายใจ)

   

แหล่งกำเนิดหม้อข้าวหม้อแกงลิง

หม้อจะขึ้นอยู่ในเขตร้อนชื้น พบมากที่มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย ลาว เวียตนาม จีน(ฮ่องกง) ลามไปถึงอินเดีย ซึ่งมีขึ้นแค่ชนิดเดียว คือ N. khasiana ตัวนี้ติด Cites Appendix 1  ที่ศรีลังกาก็มีชนิดเดียวคือ N. distillatoria มีอีกตัวที่ติด Cites Appendix 1 คือ N. rajah แต่ 2 ชนิดนี้ปัจจุบันทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้แล้วคิดว่าคงไม่สูญพันธุ์เป็นแน่แท้ นอกนั้นจะติด Cites Appendix 2 ทั้งหมด ที่มาดากัสกา ก็มีบ้าง ดูภาพแหล่งกระจายพันธุ์ของหม้อข้าวหม้อแกงลิง

แล้วเลี้ยงหม้อได้ทุกตัวเลยหรือไม

ถ้าเลี้ยงในกรุงเทพด้วยสภาพอากาศปกติ ตอบตรงๆ ก็คือไม่ได้ทุกตัว เพราะหม้อจะแบ่งไว้ 2 ความสูงคือ low land (l/l) และ high land (h/l) หม้อ l/l จะขึ้นที่ระดับความสูงตั้งแต่ 0-1000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนหม้อ h/l จะขึ้นที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1000 เมตรขึ้นไป มีบางเนิร์สเซอรี่ แบ่งหม้อเป็นระดับ intermediat ด้วย คือพวกระดับลูกครึ่งครับ แบ่งกันง่ายๆ ไปเลยคือ high กะ low เฉพาะที่กรุงเทพฯ ถ้าไม้ระดับ 700 เมตรขึ้นไปก็หืดขึ้นคอแล้วและมี l/l บางตัวที่อยู่ l/l ก็จริงแต่ก็ระดับซุปเปอร์หืดครับ ก่อนซื้อต้องดูให้แน่ดูให้ชัด แต่ถ้าอยากลองขอบอกว่า "เล่นเลยเพ่ อย่ารอช้า" ทีนี้อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ...ก็หม้อมันขึ้นอยู่ในเขตร้อนชื้น (Tropical Zone) ทำไมต้องมี high กะ low ด้วย หลายท่านคงจะรู้จักภูเขาคินาบาลู ที่มาเลเซีย ภูเขานี้มีความสูงไม่มากสูงจากระดับน้ำทะเลแค่ 4,095 เมตร ยิ่งสูงยิ่งหนาว หม้อชนิดต่างๆ จะแยกย้ายกันขึ้นตั้งแต่ตีนเขา ยันยอดเขานะ ขออ้างภูเขานี้ที่เดียวพอ เพราะหม้อมันกระจายตัวอยู่ทั่วๆ ไปนั่นแหละในประเทศเค้า เหมือนผักบุ้งเลย สรุปสั้นๆ คือว่าดูว่าท่านอาศัยอยู่ที่ใด อุณหภูมิเท่าใด และความชื้นแค่ไหน อย่างเช่นมีนักเลี้ยงหม้อท่านนึงพักอาศัยที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,100 เมตร อากาศเย็นสบาย เค้าก็เลี้ยงไม้ h/l ได้สบาย ลองปรับกันดู


หม้อข้าวหม้อแกงลิงกินแมลงอย่างไร

บางทีไปเดิน JJ ได้ยินคนที่ยืนดูหม้อคุยกัน คนหนึ่งเล่าให้อีกคนหนึ่งฟังว่า พอแมลงตกลงไปนะ ฝามันจะปิดปั๊บเลย โอ้ว...พี่น้องฝามันมิได้ปิดหรอกครับ

 

มาดูกันที่รูปหม้อด้านบน ทรงหม้อจะยาวบ้างสั้นบ้างตามลักษณะทางพันธุกรรมของมัน ก็จะมีฝาปิด บางแบบก็ปิดแบบที่เห็นคือกันน้ำฝนได้บ้าง เป็นร่มให้แมลงได้บ้าง ก็แหมจะกินเค้าแล้วนี่ ก็บริการกันหน่อยสิ บางแบบฝาจะหงายไปทางด้านหลังก็มี ที่ขอบปาก + ใต้ฝา หรือที่เขี้ยว ก็จะผลิตน้ำหวานไว้ให้แมลงมารับประทาน เมื่อแมลงรับประทานเพลิน บางตัวก็พลัดตกลงไปในหม้อ ในหม้อเค้าจะผลิตน้ำย่อย ออกมาแล้วก็อาจมีน้ำฝนปนๆ อยู่บ้างน้ำย่อยไม่ใช่น้ำกรด เมื่อแมลงตกลงไปก็จะจมน้ำตาย หรืออาจจะไต่ขึ้นมาไม่ได้ หลายๆ วันเข้าก็ตายไปเอง เมื่อตายแล้วน้ำย่อยก็จะทำการละลายเอาไนโตรเจนในตัวแมลงไปใช้งาน ดังนั้นหม้อจะรับทานเฉพาะสิ่งที่ตายแล้วเท่านั้น ฝามันก็เปิดอยู่อย่างนั้นแหละ แค่นี้แหละหลักการง่ายๆ

ความมหัศจรรย์ของหม้อ

เริ่มจากงอกใบใหม่ออกมา มีติ่งยื่นออกมาจากปลายใบ ค่อยๆ โตขึ้น อ้วนขึ้น จนกลายเป็นหม้อ เออ...แปลกดี ไม่ต้องลุ้นออกดอก ลุ้นออกหม้อนี่แหละ 1 ใบก็หนึ่งหม้อ ปลายใบเสียหายไม่มีการสร้างใหม่นะ เพราะหม้อคือส่วนหนึ่งของใบ หากเสีย, เหี่ยว, ขาด, หนอนกิน รอดูได้ที่ใบใหม่ ความเจ๋งก็อยู่ที่ทำไงให้มันออกหม้อได้ทุกใบ นั่นแหละคือความสุดยอดที่นักเลี้ยงหม้อแสวงหา

แล้วปลูกยังไงล่ะ

เครื่องปลูกหลักๆ 3 ชนิดที่แนะนำคือ
1. กาบมะพร้าวสับ size เล็ก
2. ขุยมะพร้าว
3. sphagnum moss

2 ตัวแรกหาซื้อไม่ยาก ตัวหลังสุดยากหน่อยนะ และควรแช่น้ำก่อนปลูกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงขึ้นไปทั้ง 3 ตัวนี้จะใช้เดียวๆ ไปเลย หรือผสมอัตราส่วนเท่ากัน หรือมากน้อยตามใจท่านได้เลย เป็นเครื่องปลูกที่ขอยืนยันว่าใช้เดี่ยวๆ ได้แน่ๆ ผสมกัน ก็ปลูกได้แน่ๆ ห้วนๆ แค่นี้เลยครับสำหรับเครื่องปลูก จริงๆ ก็มีหลายสูตรนะ ไว้ท่านเก่งๆ แล้วก็ไปลองเล่นเอาเอง

ชื้น แดด น้ำ และปุ๋ย

ถ้าจะเลี้ยงหม้อให้ออกหม้อ ย้ำว่าบริเวณที่เลี้ยงขอให้โดนแดดทั้งวัน เพราะถ้าแดดมากไป ยังหาวัตถุมาบังได้ แต่ถ้าน้อยไปจัดแดดมาเพิ่มลำบาก ส่วนความชื้นคงไม่ต้องซีเรียสเท่าไหร่ เพราะในบ้านเราพอมีความชื้นในอากาศอยู่แล้ว การให้น้ำก็รดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก็พอ บางต้นอาจหล่อน้ำไว้ก็ได้เช่นกัน ปุ๋ยก็จัดออสโมโคทสูตรเสมอ 14-14-14 หรือ 16-16-16 ก็ได้ หรืออาจใช้สูตรเร่งดอกก็ได้เหมือนกัน ใช้ครั้งละ 3-10 เม็ดก็พอ ตามขนาดของต้น

การขยายพันธุ์

หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้นไม้ที่ให้ดอกแบบไม่สมบูรณ์เพศ หมายควมว่าต้นไหนที่ออกดอกตัวผู้ก็จะเป็นตัวผู้ตลอดกาล ต้นไหนที่ออกดอกตัวเมีย ก็จะเป็นตัวเมียตลอดกาลเช่นกัน ถ้าคุณมีแต่ตัวผู้ หรือมีแต่ตัวเมีย แต่เพียงอย่างเดียว บอกได้เลยว่าจะผสมเกสรเพื่อให้ได้เมล็ดนั้น "แห้ว" ตลอดกาลเช่นกันครับพี่น้อง

ลักษณะของดอกตัวผู้


ลักษณะของดอกตัวเมีย

โดยประมาณในธรรมชาติจะมีต้นเพศเมียประมาณ 30% เท่านั้น และความมหัศจรรย์ก็น่าจะอยู่ที่ หากคุณเพาะไม้จากเมล็ด คุณจะได้หม้อแกงที่แปลกแตกต่างกันออกไปมากมาย (ยากไป เอาเป็นว่า ข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่า งุงิงุงิ)

การขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ

การขยายพันธุ์ด้วยการปักชำก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องมานั่งรอลุ้นดอก วิธีก็เหมือนปักชำกิ่งโหระพา ยังไงยังงั้น แต่ออกรากช้าหน่อย


ภาพบนเป็นกิ่งเป้าหมายที่ตัดมา


จากนั้นนำมาตัดเป็นท่อนๆ สำหรับกิ่งนี้เนื่องจากข้อยาวผมตัดข้เดียวไปเลย หากข้อสั้นกว่านี้คุณก็ตัดห่าง 2, 3 หรือ 4 ข้อ ตามความเหมาะสม จากนั้นตัดใบออกบ้างตามภาพ แล้วนำไปแช่ในเซราดิกส์ แป๊บนึง แล้วผึ่งลมซัก 5 นาที จากนั้นก็นำไปปักชำได้เลย


ปักชำลงในกระถางขนาดที่เหมาะสมโดยใช้ขุยมะพร้าวเป็นเครื่องปลูก


หลังจากนั้นจับใส่ถุงเพิ่มความชื้น จะทำให้ติดรากได้ง่ายขึ้น





ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับหม้อ สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 
http://www.geocities.com/nepenthessiam/

edit @ 2 Jun 2008 10:34:48 by mymph

Comment

Comment:

Tweet

ขอฝากลิ๊งค์หม้อข้าวหม้อแกงลิงด้วยคนนะค่ะ
http://www.pantown.com/board.php?id=55549&area=&name=board13&topic=2&action=view
และ
http://www.pantown.com/board.php?id=55549&area=&name=board13&topic=1&action=view

ขอบคุณมากค่ะ
หัดเลี้ยงโดยเริ่มต้นซื้อที่งานวันวิทยาศาสตร์ที่ไบเทค แยกแขนงออกมา1 ต้น และ ก่อนหน้านี้ซัก1เดือนมีแม่ค้านำมาจากปทุมธานีนำมาขาย(เหมือนถอนมา) ผมตัดใบออกเกือบหมดนำมาปลูกลงกระถางปรากฎว่าขึ้นทุกต้นเลยครับ รดน้ำวันละครั้ง ผมใช้นำฝนเก็บใส่ถังพลาสติกไว้ครับ มีความสุขมาก ที่ภูมิใจคือได้กระเปาะใหญ่กว่าตอนที่ซื้อมา ไม่แน่จะทำเป็นอาชีพเสริม(ผมเล่นพันธุ์พื้นเมืองก่อน ในอนาคตค่อยเล่นลูกผสม)ลูกชายตียุงแล้วเก็บใส่กระเปาะ น่าจะรุ่งครับ เขนงนายพราน ที่บ้านภรรยาเยาะมากเห็นชาวบ้านตัดมาใส่ข้าวเหนียวเราแทบช้อก

#12 By fc3wisan.s@satl.sharp-world.com (202.32.86.32) on 2010-09-20 17:46

#11 By (180.180.207.60) on 2010-08-27 20:35

#10 By (180.180.207.60) on 2010-08-27 20:35

ที่บ้านก็ปลูกไว้เหมือนกันค่ะ ส่วนตัวชอบพันธุ์ N.bicalcarata, N.ampullaria, N.rafflesiana ค่ะ

#9 By หม้อข้าวหม้อแกงลิง (125.24.209.202) on 2010-04-29 22:40

เราเพิ่งมีมาเนี่ย และก็เพิ่งรู้หมกเลยทีเดียว

ว่า
1.ปะชำทามยางงาย
2.ทำยางไงหม้อจาหย่าย


my name is NONAME 55555555555+

#8 By 555+555+ (61.90.165.38) on 2010-04-20 13:33

#7 By (61.90.165.59) on 2010-04-20 13:30

เห็นเองไม่ค่อยสนเท่าไหร่
พอคนอื่นเอามาให้ดูก็น่่าสน
อย่างรองเท้านารีก็หนึ่งล่ะ
ลำบากใจจริงเลยลุง

#6 By देवता on 2008-06-10 17:30

อยากปลูกบ้าง แต่ขนาดปลูกกระบองเพชรยังตายเลย

#5 By Moondog on 2008-06-03 21:16

หม้อสวยๆยิ่งแพง มันเป็นสัจธรรม 555question

#4 By Slowday on 2008-06-02 11:51

อืม....ยากกว่าเลี้ยงหมาเยอะเลยแฮะ...
ปลูกถั่วงอก รอชมดอกไม้ชาวบ้านพอ

#3 By koyubi on 2008-06-02 11:31

พระเจ้าจอร์จ...

มันน่่าเลี้ยงมาก...

เอาไว้มีเวลาเอาใจใส่ก่อนนะ จะเลี้ยงบ้างHot!

#2 By WhiteMapleS on 2008-06-02 11:12

เมื่อก่อนที่หน้าบ้าน เคยมีนะ ตอนนี้ไม่มีแล้วsad smile

#1 By T@ on 2008-06-02 11:07