ประวัติของแมว

posted on 26 Feb 2008 11:50 by mymphcat in knowledge
 ประวัติของแมว
       แมวมีชื่อเรียกทั่วไปในภาษาลาตินว่า "เฟลิส คาตัส" (Felis Catus) เป็นสัตว์เก่าแก่ดึกดำบรรพ์ แมวมีอยู่ในทุกทวีป รูปร่างลักษณะและโครงสร้างคล้ายคลึงกัน แต่ขนาดอาจผิดกันและความยาวของขนต่างกัน แมวเมืองหนาวมีขนยาวกว่าแมวในเมืองร้อน แมวที่นิยมเลี้ยงกันมีหลายพันธุ์ เช่นพันธุ์เปอร์เซีย และพันธุ์ไทยเป็นต้นชาวตะวันตกเชื่อว่าแมวนั้นเดิมเป็นสัตว์ในแอฟริกา ชาวอียิปต์นำมาเลี้ยงไว้ในบ้าน แมวจึงอยู่กับคนเรื่อยมา จนในที่สุด เผ่าพันธุ์ของแมวก็กระจายไปทุกหนทุกแห่งทั่วโลก แมวพันธุ์แรกคือ อบิสซีเนียขายาว หน้าแหลมยาว ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะออกไปต่างๆ นานาตามหลักทางชีววิทยา แต่แมวที่ยังคงลักษณะรูปเดิม คือมีรูปร่างเพรียว หน้าแหลม ตาคม สัญนิฐานว่าเหลือเพียงสามพันธุ์ในโลก คือ แมวอบิสซิเนียน แมวอียิปต์ และแมวไทยแมวทั้งสามพันธุ์นี้หน้าตาไม่แตกต่างกันมากนัก สองชนิดแรกสัญนิฐานว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว คงเหลือแต่"แมวไทย"ที่นับเป็นพันธุ์เก่าแก่ที่สุดในโลกอยู่พันธุ์เดียว บรรพบุรุษของแมวไทยน่าจะเป็นแมวอียิป์ เพราะมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกันมาก โดยที่ทางอียิปต์เรียกแมวว่า "เมียว" มีข้อสันนิษฐานการมาของแมวมายังแถบตะวันออกว่าว่า ในการเดินเรือการค้าสมัยโบราณจากอียิปต์มายังแถบตะวันออก อาจจะมีกะลาสีเอาแมวใส่ไว้ในเรือเพื่อจับหนู แมวอียิปต์จึงมาเผยแพร่ถึงทางตะวันออกก็เป็นได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานใดที่สามารถยืนยันในสมมติฐานข้อนี้ได้
       นักชีววิทยาค้นพบว่า บรรพบุรุษของแมวถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า Miacis และได้วิวัฒนาการขั้นมาจนเริ่มมีลักษณะคล้ายแมวเมื่อ 10 ล้านปีก่อน มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับแมวป่าที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ เรียกว่า Dinistis
       ต้นตระกูลของแมวบ้านจริงๆนั้น แยกออกมาจากตระกูลของ เสือไซบีเรียน และแมวพื้นเมืองต่างๆ ในปัจจุบันสายพันธุ์แมวถูกรวบรวมไว้ถึง 36 ตระกูล 51 ชนิด (รวมทั้งสิงโตและเสือต่างๆด้วย)
       ต่อมาถึงยุคอียิปต์โบราณ ประมาณ 4,000 กว่าปีก่อน พวกชาวนาได้นำแมวป่า (แมวพื้นเมืองของอียิปต์) มาฝึกให้เชื่อง เพื่อใช้จับหนูในโรงนาและเมื่อหนูในโรงนาหมดไป ก้อทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์มีความเสียหายน้อยลง ประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์ขึ้น และไม่มีโรคภัยที่เกิดจากหนูอีกด้วยชาวอียิปต์จึงนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้า "Bastet" (เทวีบัสเตต) ซึ่งมีตัวเป็นคน แต่มีหัวเป็นแมว เป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และความอุดมสมบูรณ์
        นอกจากชาวอียิปต์จะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้แมวจับหนูบนเรือสินค้าอีกด้วย ตรงจุดนี้ เลยเกิดความเชื่อว่า เมื่อเรือเทียบท่า แมวก็ลงจากเรือ แต่ไม่ได้กลับขึ้นเรือจึงทำให้แมวขนาดพันธุ์ไปทั่วโลก
        ชาวอียิปต์โบราณนั้นนับถือแมวถึงขนาดแมวในบ้านตาย ยังต้องนำไปทำมัมมี่เลย (มัมมี่คนจะทำเฉพาะราชวงศ์และขุนนางเท่านั้น) มัมมี่แมวสามารถหาดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของอียิปต์โบราณ จึงมีกฎ หากใครฆ่าแมว จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก
        พวกที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอียิปต์โบราณ จึงใช้วิธีชั่วร้าย "อุ้มแมวไปรบ" แล้วพวกทหารอียิปต์จะสู้ได้อย่างไร (เป็นส่วนหนึ่งของการรบอียิปต์ไม่ได้ล่มสลายเพราะแมว) แต่ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลายไปแล้ว ชาวอียิปต์ในสมัยก่อนยังนับถือบูชาแมวเหมือนเดิม ขนาดชาวโรมันบางคน (สมัยนั้นโรมันปกครองอียิปต์) ฆ่าแมวยังถูกพวกอียิปต์ลงโทษเลย
        ต่อมาเข้าสู่ยุคกลางในยุโรป มีความเชื่อเรื่องแม่มด และความชั่วร้ายต่างๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด (โดยเฉพาะแมวดำ) ดังนั้นใครเลี้ยงแมว จะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย ยิ่งเป็นคนแก่เลี้ยงแมวยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะโดนเผาทั้งเป็น ทั้งคนและแมว ดังนั้นเมื่อแมวน้อยลง จึงทำให้มีหนูมากขึ้น ทำให้กาฬโรคระบาดหนักในยุโรปช่วงนั้น
        ในยุคใกล้ๆกัน แถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นกับจีน เริ่มเลี้ยงแมวกันมากขึ้นจากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นก็ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชคอีกด้วย จะเห็นได้จาก "แมวกวัก" ที่ใช้กันตามร้านค้า จะใช้กวักลูกค้า หรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวตัวนั้น และที่จีนก็เชื่อว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค เพราะว่าแมวจะเข้ามาอยู่ในบ้าน ก็ต่อเมื่อมันพอใจที่จะอยู่เท่านั้น เมื่อมันเข้ามาอยู่แล้วเจ้าของบ้าน มักจะมีโชคลาภมา
แมวในประเทศไทย

        ในประเทศไทยก็เริ่มมีการเลี้ยงแมวมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เลี้ยงไว้เพื่อใช้จับหนูเหมือนกับชาวอียิปต์นั่นแหละ จนมีตำราแมวให้คุณ-ให้โทษแมวไทยคู่แรกที่ออกจากประเทศไทย ไปสู่สายตาชาวโลก ถูกนำออกไปโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงประราชทานให้กับ Mr. Owen Gould กงศุลอังกฤษประจำกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2427 ซึ่งได้นำแมวคู่นี้ไปให้น้องสาวที่อังกฤษ แมวไทยคู่นี้เป็นแมววิเชียรมาศแต้มสีครั่ง และในปี พ.ศ. 2428 แมวไทยคู่นี้ถูกส่งเข้าประกวดในงานแมวที่ The Crystal Palace ณ ประเทศอังกฤษ ผลการประกวด ปรากฏว่า แมวไทยคู่นี้ชนะเลิศในการประกวด จากการประกวดครั้งน ี้ทำให้ชาวอังกฤษนิยมเลี้ยงแมวไทยมากขึ้น และได้จัดตั้ง The Siamese Cat Clubs ขึ้นในปี 2443 และ The Siamese Cat Society of the British Empire ขึ้นในปี พ.ศ. 2471
        หลังจากที่แมวไทยคู่นี้ได้ทำเชื่อเสียง ในอังกฤษ ร.5 ทรงเห็นว่า แมวไทยเป็นสัญลักษณ์ ที่สามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของประเทศทั่วโลก จึงได้พระราชทานแมวไทย ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน หลายประเทศ และจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำนั้น ทำให้แมวไทย และประเทศไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว  

สายพันธุ์แมว เมี๊ยวๆ =(^w^)=

แมวในโลกนี้มีมากมายหลายพันธุ์ โดยเฉพาะแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงไม่นับรวมสัตว์ตระกูลแมว พวกเสือ แมวดาว แมวป่า หรือ สิงห์โต แมวเลี้ยง หรือที่เราเรียกว่า Domestic cat นั้นมีวิวัฒนการมาจากแมวป่าในธรรมชาติจากหลายภูมิภาคของโลก ชื่อเรียกพันธุ์แมวที่แตกต่างกันที่เรียกกันทุกวันนี้ เช่น เปอร์เซีย แมวสยาม บาลิเนส อะบิสสิเนียน และโซมาลี นั้น แสดงถึงถิ่นกำเนิดที่แสดงถึงภูมิศาสตร์ที่เขาถือกำเนิดมา ในการจัดนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษเมื่อปีคริสศักราช ๑๘๗๑ ถือเป็นการเริ่มต้นในการนำเสนอพันธุ์แมวในระดับนานาชาติ ทำให้ผู้สนใจในแมวมีความตื่นตัว แต่การแสดงในครั้งนั้นส่วนใหญ่เป็นแมวเปอร์เซียและแมวขนสั้นเป็นหลัก

 

การจัดจำแนกแมว (General taxonomy)

โดยทั่วไปมีการแบ่งพันธุ์แมวออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ๆ คือ แมวขนยาว (longhaired cat) และแมวขนสั้น (shorthaired cats) การแบ่งพันธุ์ด้วยวิธีนี้ทำให้จำแนกแมวออกได้ตามลักษณะพันธุ์ที่จำเพาะต่างๆ กัน การจัดจำแนกแมวในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีการกำหนดมาตรฐานของพันธุ์แมวที่เป็นที่ยอมรับกัน ทั้งนี้ลักษณะมาตรฐานของพันธุ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ การใช้ชื่อเรียกพันธุ์แมวที่แสดงถึงลักษณะของพันธุ์ที่จำเพาะมีความแตกต่างกันระหว่างในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และมีบางพันธุ์มีการจัดจำแนกเฉพาะต่างหากในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

อะไรคือการเพาะพันธุ์มืออาชีพ (What is professional breeding?)

การเพาะพันธุ์แมวเป็นอาชีพเป็นธุรกิจมีมีความซับซ้อนในต่างประเทศ แต่สำหรับในบ้านเรายังเป็นธุรกิจที่ยังไม่แพร่หลายนัก การเลี้ยงแมวยังมีไม่มากนัก และยังไม่นิยมเลี้ยงแมวพันธุ์ หลายคน หรือนักเพาะพันธุ์ในบ้านเรา (ทั้งสุนัขและแมว) คิดแต่เพียงว่า เราซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แท้มาและเริ่มผสมพันธุ์เท่านี้ก็ได้แมวพันธุ์แท้แล้ว แต่ในความเป็นจริงการเพาะพันธุ์แมวมีความต้องการอะไรมากไปกว่านั้น ต้องการความเข้าใจในพันธุกรรมที่เกี่ยวกับข้องกับพันธุ์นั้นๆ ต้องการรายละเอียดอื่นๆ เช่น ประวัติของพันธุ์ที่แท้จริงของคู่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เป็นต้น ในบางครั้งแมวที่มีพันธุ์ประวัติดี ลักษณะดี เจ้าของอาจจะทำหมันเสีย หรือมีการขาย เพราะถือเป็นแมว "คุณภาพดี (pet quality)" ไม่ได้มีการเก็บไว้ในฐานผู้สืบทอดพันธุกรรม

ในความเป็นจริงจะพบมีแมวเพียงบางตัวเท่านั้นที่เกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ดีตรงตามลักษณะพันธุ์ และควรนำไปใช้เป็นผู้สืบทอด หรือเป็นพ่อพันธุ์ หรือแม่พันธุ์ แมวพวกนี้ถือเป็น แมวคุณภาพดี (show quality) และพบได้น้อยมากและมีราคาแพง นอกจากนี้นักผสมพันธุ์ควรมีความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากพันธุกรรมและลักษณะด้วยที่เกิดจากพันธุกรรมประจำแมวแต่ละพันธุ์ด้วย เพื่อจะไม่คัดเลือกแมวที่มีลักษณะเหล่านั้นไปสืบทอดต่อไป

แมวพันธุ์แท้ มีลักษณะคล้ายๆ กับสัตว์พันธุ์แท้อื่นๆ คือ มีความอ่อนไหว หรือมีความไวโรคบางโรค และ ความเครียด ดังนั้นผู้เลี้ยงอาจจะต้องใช้งบประมาณและศึกษาหาความรู้ให้มากกว่าปกติ เพื่อทำให้สามารถดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของแมวที่เราเลี้ยงให้ดีที่สุด ถ้าแมวนั้นต้องถูกนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ การดูแลในเรื่องที่อยู่อาศัยและอาหารจะต้องมีความพิเศษกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเพิ่มเติม ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในฟาร์มแมวที่เป็ฯมืออาชีพ

ผู้ที่คิดจะเข้าสู่ธุรกิจการเพาะพันธุ์แมว เพื่อหวังร่ำรวยคงต้องคิดให้ดี ถ้าเป็นมืออาชีพ ผลิตสินค้า (แมว) ให้มีคุณภาพ สำหรับในบ้านเราแมวพันธุ์ยังมีราคาค่อนข้างสูง การเพาะพันธุ์ยังไม่ถือว่าเป็นมืออาชีพ ความนิยมเลี้ยงแมวบ้านเราส่วนใหญ่เป็นแมวพันธุ์ผสม แมวพื้นเมือง และยังมีปัญหาแมวจรจัดอีกมากมาย

 

การประกวดแมว หรือแม้แต่สัตว์ชนิดอื่นๆ เป็นการส่งเสริมให้คนนิยมเลี้ยงแมวและมีความภาคภูมิใจในแมวที่ตนเองเลี้ยง ไม่ได้ส่งเสริมให้ทุกคนต้องนำแมวเหล่านั้นไปเพาะพันธุ์ ในบ้านเราการประกวดแมวบางแห่งไม่ยอมรับแมวที่ผ่านการทำหมันแล้ว แต่แมวที่ตอนแล้วก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้ผู้เลี้ยงนำแมวไปประกวดเพื่อล่ารางวัลได้ หลายแห่งมีการประกวดโดยไม่มีเงื่อนไขของการตอน เช่น แมวแสนรู้ เป็นต้น คงต้องหารายละเอียดในสนามประกวดแต่ละแห่งต่อไป

พันธุ์แมว

แมวขนยาวแท้และกึ่งขนยาว
  • อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)
  • เอเซียนกึ่งขนยาว (Asian Semi-longhair or Tiffanie)
  • บาลินีส (Balinese)
  • เบอร์แมน (Birman)
  • บริติชขนยาว (British Longhair)
  • ชานทิลลี (Chantilly or Tiffany)
  • หิมาลายัน (Himalayan)
  • จาวานีส (Javanese)
  • เมนคูน (Maine Coon)
  • เนบีลัง (Nebelung)
  • นอร์เวเจียนฟอเรสต์ (Norwegian Forest)
  • โอเรียนทอลขนยาว (Oriental Longhair)
  • เปอร์เซียน (Persian)
  • แร็กดอลล์ และ รากามัฟฟิน (Ragdoll and Ragamuffin)
  • ไซบีเรียน (Siberian)
  • เทอร์คิชแวน (Turkish Van)
  • เทอร์คิชแองโกรา (Turkish Angora)
  • ยอร์กช็อกโกแลต (York Chocolate)

    เปอร์เซียน เปอร์เซียน แร็กดอลล์ แร็กดอลล์ หิมาลายัน หิมาลายัน

    แมวขนสั้นแท้

  • อะบิสซิเนียน (Abyssinian)
  • อเมริกันขนสั้น (American Shorthair)
  • ออสเตรเลียนมิสต์ (Australian Mist or Spotted Mist)
  • บอมเบย์ (Bombay)
  • บริติชขนสั้น (British Shorthair)
  • เบอร์มีส (Burmese)
  • เบอร์มิลลา (Burmilla)
  • แคลิฟอร์เนียสแปงเกิลด์ (California Spangled)
  • ชาร์ตรู (Chartreux)
  • คัลเลอร์พอยต์ขนสั้น (Colorpoint Shorthair)
  • อียิปเทียนมัว (Egyptian Mau)
  • ยูโรเปียนขนสั้น (European Shorthair)
  • เอกโซติก (Exotic)
  • ฮาวานาบราวน์ (Havana Brown)
  • โคราช (Korat)
  • อ็อกซิแคต (Ocicat)
  • โอเรียนทอลขนสั้น (Oriental Shorthair)
  • รัสเซียนบลู (Russian Blue)
  • สยามีส หรือ วิเชียรมาศ (Traditional Siamese or Applehead Siamese)
  • สิงหปุระ (Singapura)
  • สโนว์ชู (Snowshoe)
  • โซโกเก (Sokoke)
  • โซมาลี (Somali)
  • ตองกินีส (Tonkinese)

    โคราช โคราช สยามีส สยามีส โอเรียนทอลขนสั้น โอเรียนทอลขนสั้น

     แมวที่เกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม

  • อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)
  • อเมริกันเคิร์ล (American Curl)
  • อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair)
  • คอร์นิชเรกซ์ (Cornish Rex)
  • ซิมริก (Cymric)
  • ดีวอนเรกซ์ (Devon Rex)
  • เยอรมันเรกซ์ (German Rex)
  • แจแพนีสบ็อบเทล (Japanese Bobtail)
  • ลาเปิร์ม (LaPerm)
  • แมงซ์ (Manx)
  • มึนชกิน (Munchkin)
  • โอโจสแอซูเลส (Ojos Azules)
  • เพเทอร์บัลด์ (Peterbald)
  • พิกซีบ็อบ (Pixie-bob)
  • เซลเกิร์กเรกซ์ (Selkirk Rex)
  • สกอตติชโฟลด์ (Scottish Fold)
  • สฟิงซ์ (Sphynx)

    สฟิงซ์ สฟิงซ์

    แมวที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์

  • เบงกอล (Bengal)
  • ชอซี (Chausie)
  • ชีโต (Cheetoh)
  • ซาวันนา (Savannah)
  • เซเรนเจตี (Serengeti)
  • ทอยเกอร์ (Toyger)

    เบงกอล เบงกอล

  • Comment

    Comment:

    Tweet

    big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

    #26 By (118.173.241.174|118.173.241.174) on 2014-08-13 19:26

    เดวอิม แม่งเลย

    #25 By Hon (171.7.67.9|171.7.67.9) on 2014-07-04 10:23

    สุขุมกากวะquestion

    #24 By ห (171.7.67.9|171.7.67.9) on 2014-07-04 10:13

    โม้เปล่าconfused smile

    #23 By หห (171.7.67.9|171.7.67.9) on 2014-07-04 10:12

    question question

    #22 By (61.7.186.116|61.7.186.116) on 2014-02-05 07:02

    ิน่ารัก

    #21 By วิสุดา (103.7.57.18|119.42.115.92) on 2013-05-29 13:59

    ว่าแล้วมุงต้องอ่าน!!

    #20 By นนนนนนนนน (103.7.57.18|110.77.200.42) on 2013-02-06 11:02

    #19 By ตอง (103.7.57.18|118.173.96.66) on 2012-12-29 09:54

    rerererersad smile

    #18 By ืnewe (182.53.218.22) on 2011-12-15 09:53

    ดี

    #17 By เจน (180.183.203.46) on 2011-08-25 11:23

    embarrassed embarrassed cry cry

    #16 By (124.122.86.139) on 2010-06-27 18:17

    ชอบเเมวมาก เพราะน่ารักมากค่ะ embarrassed open-mounthed smile confused smile

    #15 By เเพร (222.123.72.204) on 2010-06-10 20:22

    เราชอบแมวมาก แมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก big smile

    #14 By ป้อม (61.7.241.30) on 2010-04-29 12:55

    double wink double wink double wink double wink double wink double wink double wink double wink double wink question question

    #13 By (112.142.144.249) on 2010-04-27 14:04

    น่ารักมากopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

    #12 By (112.142.144.249) on 2010-04-27 14:03

    เเมวนี้ดีมากเลยopen-mounthed smile confused smile

    #11 By (125.25.213.4) on 2010-01-27 12:37

    #10 By มะปราง (125.27.241.70) on 2009-09-25 20:46

    big smile open-mounthed smile surprised smile double wink สวัสดีฮะ!!!

    #9 By (118.173.234.233) on 2009-06-25 14:29

    #8 By mind (62.106.17.199) on 2009-06-16 21:28

    ดเดเดเดเ

    #7 By ควย (202.129.32.178) on 2008-08-26 11:31

    สวัดดีครับ

    #6 By (202.129.32.178) on 2008-08-26 11:31

    จริงหือเปล่า
    question

    #5 By (58.10.36.58) on 2008-07-09 14:24

    eca050eba4ed6dac20a360369db4d085

    #4 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-06-09 22:53

    love cat

    #3 By มาริ (124.121.244.85) on 2008-05-18 11:13

    เคยเจอ แร็กดอลล์ ตัวเป็นๆ(?)ด้วยค่ะ
    ตัวใหญ่มากกกกกก แบบว่าเค้าบอกว่า 2 เดือนแต่ตัวเท่าเปอร์เชียร์ขวบนึง (แมวหรือตัวอะไรนั้น )

    #2 By devoid (202.41.187.247) on 2008-02-26 15:32

    ตอนแรกอ่านลุ้นมาก ว่าจะมีภาพไหม เมี๊ยวววว ชอบแมวสุด ๆ *-*

    อัพเรื่องแมว แหวบล็อกเป็นรูปกบซะงั้น (ซึ่งน่ารักมากเช่นเดียว คุคุ) confused smile

    #1 By chiisai on 2008-02-26 11:56